ต่ายน้อย โจโจ้ จากตำนานแฟลชเกมสู่ความทรงจำที่หายไป ทำไมเรายังคิดถึง

ต่ายน้อย โจโจ้ จากตำนานแฟลชเกมสู่ความทรงจำที่หายไป ทำไมเรายังคิดถึง

ถ้าคุณโตมาในยุคที่เน็ตบ้านยังส่งเสียงร้องจี๊ดจ๊าดเวลาเชื่อมต่อ หรือยุคที่การไปนั่งในห้องคอมพิวเตอร์โรงเรียนคือช่วงเวลาที่สวรรค์ที่สุดในโลก คุณต้องรู้จัก ต่ายน้อย โจโจ้ เชื่อเถอะว่าไม่มีทางที่คุณจะพลาดเจ้ากระต่ายตัวนี้ไปได้จริงๆ

มันไม่ใช่แค่เกม แต่มันคือวัฒนธรรมย่อยๆ ของเด็กไทยยุค 2000s เลยนะ

ต่ายน้อย โจโจ้ คือใครกันแน่?

ลองย้อนกลับไปสมัยที่เว็บไซต์อย่าง Sanook หรือ Kapook ยังเป็นหน้าแรกของทุกคนในเบราว์เซอร์ Internet Explorer สิ ตอนนั้นเราไม่ได้มี Steam หรือ App Store ให้โหลดเกมเล่นฟรีๆ แบบสมัยนี้หรอก สิ่งที่เรามีคือ "แฟลชเกม" (Flash Games) และหนึ่งในตัวละครที่โดดเด่นที่สุดในสารบบเกมไทยยุคนั้นก็คือเจ้ากระต่ายสีขาวหน้าตากวนๆ ที่ชื่อว่า โจโจ้

จริงๆ แล้ว ต่ายน้อย โจโจ้ เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของทีมงานคนไทยที่ชื่อว่า "โจโจ้ สตูดิโอ" (Jojo Studio) ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูจริงๆ เค้าไม่ได้ทำแค่เกมเดียว แต่เค้าสร้างจักรวาลของเจ้ากระต่ายตัวนี้ขึ้นมาผ่านแอนิเมชั่นสั้นและเกมที่เล่นง่ายจนใครๆ ก็ติดกันงอมแงม

เสน่ห์ของมันอยู่ตรงไหน?

ก็น่าจะเป็นความกวนประสาทและลายเส้นที่ดูเหมือนจะวาดง่ายๆ แต่กลับมีเอกลักษณ์สูงมาก ลายเส้นแบบเวกเตอร์สะอาดตา สีสันสดใส และที่สำคัญคือเสียงประกอบที่เป็นเอกลักษณ์สุดๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงหัวเราะหรือเสียงเวลาโดนทำร้าย

มันตลกแบบซื่อๆ น่ะครับ


ทำไมเกม ต่ายน้อย โจโจ้ ถึงกลายเป็นปรากฏการณ์

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมเกมที่ดูไม่มีเนื้อเรื่องอะไรซับซ้อนอย่าง ต่ายน้อย โจโจ้ ถึงดังระเบิดระเบ้อขนาดนั้น?

เหตุผลแรกเลยคือความ "เข้าถึงง่าย" ครับ ในยุคที่สเปกคอมพิวเตอร์ยังเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับหลายๆ บ้าน เกมแฟลชของโจโจ้ใช้ทรัพยากรเครื่องน้อยมาก แค่มีโปรแกรม Adobe Flash Player ติดเครื่องไว้ก็เปิดเล่นผ่านเว็บได้ทันที แถมไฟล์ยังเล็กจิ๋วชนิดที่ว่าเน็ตความเร็ว 56k ก็โหลดเสร็จในไม่กี่อึดใจ

อีกอย่างคือรูปแบบการเล่นที่เน้นความสะใจ

  • เกมที่ดังที่สุดน่าจะเป็นเกมแนวกดปุ่มตามจังหวะ หรือเกมแนวต่อสู้ที่แค่รัวคีย์บอร์ดไม่กี่ตัวเจ้าโจโจ้ก็จะกระโดดถีบหรือปล่อยพลังใส่คู่ต่อสู้แล้ว
  • บางเวอร์ชั่นเป็นเกมแนวไขปริศนา (Point and Click) ที่เราต้องคลิกหาจุดต่างๆ ในหน้าจอเพื่อให้เหตุการณ์ดำเนินต่อไป ซึ่งมักจะจบลงด้วยความฮาหรือความซวยของเจ้ากระต่ายเสมอ

ความลับที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ต่ายน้อย โจโจ้ มีอิทธิพลต่อวงการแอนิเมชั่นไทยพอสมควรเลยนะ มันพิสูจน์ให้เห็นว่าคนไทยก็สร้างคาแรคเตอร์ที่มีเสน่ห์จนคนจำได้ทั่วบ้านทั่วเมืองได้เหมือนกัน ไม่ต้องรอพึ่งพาตัวการ์ตูนจากญี่ปุ่นหรืออเมริกาเสมอไป

ลองนึกดูสิครับ ในยุคนั้นเจ้าโจโจ้ไปโผล่ทั้งบนสติกเกอร์ สมุดนักเรียน หรือแม้กระทั่งลายสกรีนบนเสื้อผ้าตามตลาดนัด นั่นคือความดังระดับแมสของจริง

การอวสานของยุค Flash และการหายไปของโจโจ้

ทุกอย่างมีเวลาของมัน

เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคสมาร์ทโฟน และ Adobe ประกาศยุติการสนับสนุน Flash Player ในปี 2020 มันเหมือนเป็นการปิดประตูตายให้กับบ้านที่ ต่ายน้อย โจโจ้ อาศัยอยู่ เว็บไซต์แฟลชเกมใหญ่ๆ เริ่มทยอยปิดตัว หรือไม่ก็เปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี HTML5 แทน ซึ่งเกมเก่าๆ หลายเกมไม่ได้ถูกพอร์ตตามมาด้วย

คนเริ่มลืมเลือนเจ้ากระต่ายตัวนี้ไปตามกาลเวลา

ถามว่าทุกวันนี้ยังหาเล่นได้ไหม? จริงๆ ก็พอมีวิธีนะ

ปัจจุบันมีโปรเจกต์อย่าง Flashpoint ที่พยายามรวบรวมแฟลชเกมนับแสนเกมเอาไว้เพื่อการอนุรักษ์ ซึ่งถ้าคุณลองไปค้นหาในนั้น คุณอาจจะเจอไฟล์เกมของ ต่ายน้อย โจโจ้ หลงเหลืออยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนตอนที่เราแอบครูเล่นในวิชาคอมพิวเตอร์หรอก

ความทรงจำมันประกอบไปด้วยบรรยากาศรอบข้างด้วย ไม่ใช่แค่ตัวโค้ดเกมเพียงอย่างเดียว


วิเคราะห์ความสำเร็จ: ทำไมแบรนด์ไทยสมัยนี้ถึงทำแบบโจโจ้ไม่ได้?

ถ้าเรามองในมุมของการสร้าง Branding ต่ายน้อย โจโจ้ คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก

สมัยนั้นไม่มี Social Media Marketing ไม่มียิง Ads บน Facebook แต่ทำไมคนถึงรู้จักกันทั่วประเทศ? คำตอบคือ "Content is King" ของจริงครับ ตัวละครมันมีบุคลิกที่ชัดเจน มีความขี้เล่น และมีความเป็นไทยแฝงอยู่ในมุกตลกที่ใช้

ยุคนี้แบรนด์มักจะพยายาม "ขาย" มากเกินไป จนลืมความสนุกที่เป็นหัวใจสำคัญ

ถ้าคุณเป็นนักการตลาดหรือคนทำคอนเทนต์ ลองศึกษาวิธีการเล่าเรื่องของโจโจ้ดูครับ การสร้างความผูกพันผ่านความบันเทิงโดยไม่ยัดเยียด คือสิ่งที่ทำให้ตัวละครตัวหนึ่งมีชีวิตอยู่เหนือข้อจำกัดของเทคโนโลยีได้นานนับสิบปี

สรุปบทเรียนจากเจ้ากระต่ายจอมกวน

เราได้เรียนรู้อะไรจากปรากฏการณ์ ต่ายน้อย โจโจ้ บ้าง?

ประการแรกเลยคือ ความเรียบง่ายมักจะทรงพลังที่สุดเสมอ คุณไม่จำเป็นต้องมีกราฟิก 4K หรือ Ray Tracing เพื่อสร้างความประทับใจให้คน ประการต่อมาคือ การสร้าง Community ในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังใหม่มาก เกมเล็กๆ แบบนี้แหละที่เป็นสะพานเชื่อมให้เด็กๆ มาคุยกันว่า "เห้ย นายผ่านด่านนั้นยังไง?"

แม้ว่าวันนี้หน้าจอสีขาวของแฟลชเกมจะกลายเป็นความว่างเปล่าไปแล้ว แต่ชื่อของโจโจ้จะยังถูกบันทึกไว้ในฐานะหนึ่งในความสุขที่เรียบง่ายที่สุดของคนยุค Generation Y และ Z ตอนต้น

สิ่งที่คุณทำได้ตอนนี้เพื่อรำลึกถึงวันเก่าๆ:

🔗 Read more: Why Awful Games Done Quick Is Actually the Best Part of GDQ

  1. ลองเข้าไปสำรวจในเว็บไซต์ Internet Archive หรือโปรเจกต์ Ruffle ซึ่งเป็นตัวเล่นแฟลชจำลอง เผื่อจะเจอไฟล์เกมเก่าๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่
  2. ถ้าคุณยังมีเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าที่ยังไม่ได้ล้างเครื่อง ลองเช็กใน Folder Temp ดูครับ บางทีอาจจะมีไฟล์ .swf ของ ต่ายน้อย โจโจ้ ซ่อนอยู่เป็นสมบัติล้ำค่าก็ได้
  3. เล่าเรื่องนี้ให้เด็กยุคใหม่ฟังว่า ก่อนจะมี ROV หรือ Free Fire เราเคยมีความสุขกับกระต่ายตัวหนึ่งที่แค่คลิกไปคลิกมาก็ขำได้ทั้งวันแล้ว

โลกหมุนไปข้างหน้าไวมาก แต่การมองกลับไปที่จุดเริ่มต้นอย่างเจ้า ต่ายน้อย โจโจ้ ก็ช่วยย้ำเตือนเราได้ดีว่า ความสุขในวัยเด็กนั้นบางทีก็ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่าการนั่งอยู่หน้าจอสว่างๆ กับเกมที่เข้าใจเรา